บริการกางเต้นท์ ในราคาถูก พร้อม อาหารเช้า
บนพื้นที่แห่งความสงบ ณ ที่ราบบนเขา ใกล้อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เพียง 15 นาที และใกล้น้ำตกพงศ์ภราดร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดเพียง 10 นาที เต็มไปด้วยความธรรมชาติแห่งป่าเขาลำเนาไพร่ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ซึ่งปกคุ้มไปด้วยทุ่งดอกกระเจียว อันขึ้นชื่อของตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้วยการเดินทางที่สะดวก ระยะทางห่างจากกรุงเทพฯเพียง 270 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดชัยภูมิประมาณ 70 กิโลเมตร ของเส้นทางหลวง 2354 ด้วยพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ กับการเป็นที่พัก บ้านดิน บนที่ราบภูเขา ที่คุณจะได้ใช้เวลาไปอย่างเต็มที่ เพื่อดื่มด่ำกับไอหมอกเย็นยามเช้า มุมมองสดชื่นยามบ่าย และสายลมเย็นในยามค่ำ รวมทั้งยังสามารถหากิจกรรมมากมายเพื่อการพักผ่อนของคุณจากแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยรอบ เช่น อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ลานหินงาม จุดชมวิวสุดแผ่นดิน ทุ่งดอกกระเจียว น้ำตกเทพพนา น้ำตกเทพประธาน น้ำตกพงศ์ภราดร อุทยานไทรทอง อุทยานแห่งชาติภูแลนคา มอหินขาว อุทยานแห่งชาติตาดโตน น้ำตกผาเอียง น้ำตกตาดกลาง และน้ำตกตาดโตน และอื่น ๆ บ้านดินทุ่งดอกกระเจียวรีสอร์ท ไม่เพียงแต่เป็นจุดหมายเพื่อเติมชีวิตให้กับคุณในวันพักผ่อน แต่อาจเป็น “บ้าน” อีกหลังที่สามารถเติมชีวิตคุณ งดงามด้วยดีไซน์รีสอร์ทบ้านดิน บ้านไอดิน บ้านพักสไตล์ธรรมชาติบำบัด แนบอิงธรรมชาติ ก่อสร้างจากดินเหนียวคุณภาพดี จึงทำให้อุณหภูมิเย็นสบาย ในยามร้อน และอุ่นสบายในยามหนาว พร้อมด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง สวยงาม มีระเบียงด้านหน้าทุกหลัง มองเห็นเมฆหมอก และ ภูเขาสูง ที่โอบล้อมรีสอร์ท วิว 360 องศา ได้อย่างชัดเจน ตั้งบนเนินเขาส่วนตัวให้ความสงบและมีความเป็นส่วนตัวสูง โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ บ้านดินโดม 6 หลัง บ้านไอดิน 3 หลัง ซึ่งเน้นการออกแบบที่นำเอาธรรมชาติมาเป็นส่วนหนึ่งในงานสถาปัตยกรรม ตามคอนเซป True Nature Experience เพื่อคงสภาพดั้งเดิมของสิ่งแวดล้อม และรักษาความบริสุทธิ์ของธรรมชาติให้ได้มากที่ ให้ผู้ที่พักอาศัยรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับบรรยากาศ มีชีวิตชีวาและสร้างประสบการใหม่ให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็น นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ระบบสาธารณูปโภคครบครันที่จะช่วยให้การพักผ่อนของคุณเป็นการพักผ่อนที่สะดวกสบายที่สุด บนเมืองท่องเที่ยวบนภูเขา เหมาะสำหรับ 2 ท่านและครอบครัว จะทำให้ท่าน มีความสุขและประทับใจมิรู้ลืม (กำลังก่อสร้าง) สถานที่ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ทุ่งดอกกระเจียว เปรียบเสมือนเป็นราชินีแห่งมวลดอกไม้ของขุนเขาแห่งนี้ ที่ทุกคนตั้งใจมาดู มาชมความงามตระการตา ดอกสีชมพูอมม่วงที่ดารดาษไปทั้งผืนป่า ตัดกับสีเขียวขจีของหญ้าเพ็กและโขดหิน ประดุจเทพจากสรวงสวรรค์ประทานให้กับแผ่นดินที่นี่ เป็นทุ่งดอกกระเจียวที่ใหญ่ที่สุดและงดงามที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ เมื่อปี พ.ศ. 2536 กรมป่าไม้ได้ทำการสำรวจพื้นที่ใกล้เคียงอย่างละเอียด และพบว่ายังมีพื้นที่ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เมื่อรวมกับพื้นที่เดิมแล้วมีประมาณ 112 ตารางกิโลเมตร หรือ 70,000 ไร่ ซึ่งมีจุดเด่นที่น่าสนใจทางธรณีวิทยาอีกมากมาย สมควรที่จะอนุรักษ์ไว้ในรูปแบบของอุทยานแห่งชาติ จึงได้ดำเนินการจัดตั้งพื้นที่แห่งนี้ให้เป็น "อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม" นับตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2537 เป็นต้นมา
ลานหินงาม เป็นลานหินที่มีรูปร่างแปลกในพื้นที่กว่า 10 ไร่ เกิดจากการกัดเซาะเนื้อดินและหินในส่วนที่จับตัวกันอย่างเบาบางหลุดออกไป นานวันเข้าจึงเกิดโขดหินที่มีรูปลักษณ์แตกต่างกัน มองดูสวยงามเป็นที่อัศจรรย์ สำหรับลานหินงามนี้อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของที่ทำการอุทยาน ฯ มีทางรถยนต์เข้าถึง
จุดชมวิวสุดแผ่นดิน เป็นหน้าผาสูงชัน และเป็นจุดที่สูงที่สุดของเทือกเขาพังเหยซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม สูงประมาณ 846 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เกิดจากการยกตัวของพื้นที่เป็นที่ราบสูงอีสาน จึงเป็นรอยต่อระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน ทำให้เรียกบริเวณนี้ว่า "สุดแผ่นดิน" ณ จุดนี้จะเห็นทิวทัศน์ของสันเขาพังเหย และเขตพื้นที่ป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จุดชมวิวนี้อยู่ทางด้านทิศเหนือของที่ทำการอุทยาน ฯ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
ทุ่งดอกกระเจียว กระเจียวเป็นพืชล้มลุกประเภทหัว เป็นพันธุ์ไม้ประจำถิ่นที่ขึ้นมากที่สุดในประเทศไทย ณ ที่แห่งนี้ ปกติจะพบขึ้นกระจายทั่วไป ตั้งแต่ลานหินงามจนถึงจุดชมวิวสุดแผ่นดิน 1 กิโลเมตร ดอกกระเจียวจะขึ้นและบานเป็นสีชมพูอมม่วงในช่วงต้นฤดูฝนเท่านั้น คือเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี
ดอกกระเจียว กระเจียวบัว ปทุมมาหรือบัวสวรรค์ เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันติดปาก เป็นพันธุ์ไม้ประจำถิ่น ที่ขึ้นมากที่สุดในประเทศไทยที่อุทยานฯแห่งนี้ ปกติจะขึ้นปะปนกับหญ้าเพ็ก ซึ่งเป็นไม้พื้นล่างของป่าเต็งรัง หรือป่าโคกที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นห่าง ๆ สลับกับหิน ส่วนใหญ่จะมีไม้เหียงเป็นไม้เด่นกระจายอยู่ทั่วไป ตั้งแต่ลานหินงามจนถึงจุดชมวิว"สุดแผ่นดิน" ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังพบกระเจียวชนิดนี้ที่ อุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งอยู่ในแนวสันเขาพังเหยเดียวกัน รวมทั้งน้ำตกเทพพนา น้ำตกเทพประทาน น้ำตกพงศ์ภราดร อุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นกลุ่มหินขนาดใหญ่จำนวน 3 กลุ่ม โดยจะมีหินทรายก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเป็นสีขาวและโดดเด่นในพื้นที่ และเป็นที่มาของคำว่า มอหินขาว และในบริเวณยังมีเสาหินขนาดใหญ่จำนวน 5 เสา ตั้งเรียงรายกันเป็นแถว มีความสูงประมาณ 12 เมตร นอกจากนั้นยังมีแท่นหินที่มีรูปร่างคล้ายเรือ เจดีย์ หอเอียงเมืองปิซ่า และคล้ายกระดองเต่า ซึ่งจัดเป็นกลุ่มหินที่ 1 กลุ่มหินที่ 2 อยู่ห่างออกไป แท่นหินจะมีรูปร่างแปลกแตกต่างกันออกไป และเมื่อห่างออกไปอีกประมาณ 1,500 เมตร จะเป็นกลุ่มหินที่ 3 ที่เป็นแท่นหินและเสาหินขนาดเล็ก โดยลาดเอียงขึ้นไปจดหน้าผาที่มีชื่อว่า ผาหัวนาก และบริเวณมอหินขาวยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ
ที่มาของชื่อ มอหินขาว: เดิมพื้นที่แถวนี้เป็นป่า ต่อมาได้มีคนมาบุกเบิกทำไร่ และก็เห็นมีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ทั่วไปแต่ ก็ไม่ได้สนใจอะไร ที่ไร่มันสำปะหลัง (ในสมัยนั้น) ของลุงก็มีก้อนหินใหญ่ขึ้นทั่วไป แต่ที่ลุงเห็นว่าแปลกประหลาดมาก ก็คือก้อนหินใหญ่ 5 ก้อน ที่ในทุกคืนวันพระ (15 ค่ำ, 8 ค่ำ) จะมีแสงสีขาวส่องขึ้นมา คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้น เลยเรียกที่นี่ว่ามอหินขาวสโตนเฮนจ์ เมืองไทย“เสาหินและแท่งหิน ที่มอหินขาวส่วนใหญ่เป็นหินทรายสีขาว นอกจากนี้ก็ยังมี หินทรายแป้ง หินโคลน หินทรายสีม่วง ซึ่งสันนิษฐานว่าก้อนหินขนาดยักษ์เหล่านี้มีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี และเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทรายแป้งและดินเหนียว
กลุ่มหินของมอหินขาวกลุ่มที่โดดเด่นที่สุด คือ กลุ่มหินแรกที่มีเสาหินขนาดใหญ่ 5 ต้นเรียงรายกันอยู่ เสาหินเหล่านี้มีความสูงราว 12 เมตร ต้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดต้องใช้คนโอบไม่น้อยกว่า 20 คน เชื่อว่าที่นี่จะได้รับความนิยมในบ้านเราในเวลาไม่นานนัก น้ำตกผาเอียง ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติตาดโตน เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นหน้าผาเฉลียงตัดลำห้วยอยู่ทางทิศตะวันตกของอุทยานแห่งชาติตาดโตน อยู่ห่างจากทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2159 (ชัยภูมิ-หนองบัวแดง) บริเวณบ้านชีลองเหนือ ประมาณ 3 กิโลเมตร มีทางเดินเท้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 800 เมตร บริเวณรอบน้ำตกแห่งนี้เป็นป่าดิบแล้งค่อนข้างสมบูรณ์โดยมีต้นไม้ขนาดใหญ่เหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ร่มรื่นเหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของเทือกเขาภูแลนคา มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 134,737.50 ไร่ ประกาศเป็น อุทยานฯ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2523 เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกผาเอียง น้ำตกตาดกลาง และน้ำตกตาดโตน
ลักษณะภูมิอากาศ
โดยทั่วไป อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จากลักษณะของแนวเทือกเขาพังเหยกั้นอยู่ในแนวเหนือ–ใต้ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ที่พัดพาเอาความชุ่มชื้นจากทะเลมาตกเป็นฝนในพื้นที่เป็นปริมาณมากจากข้อมูล ของสถานีตรวจอากาศอุทยานแห่งชาติป่าหินงามในระหว่าง พ.ศ. 2543–2546 พบว่ามีปริมาณน้ำฝนตลอดปีเฉลี่ย 1,782.6 มิลลิเมตร มีจำนวนวันที่ฝนตก 109 วัน/ปี โดยมีฝนตกชุกมากที่สุดในเดือนสิงหาคม วัดได้ 338.3 มิลลิเมตร ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในเดือนเมษายน วัดได้ 33 องศาเซลเซียส และเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนธันวาคม วัดได้ 18.3 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี วัดได้ 24.8 องศาเซลเซียส สำหรับฤดูกาลเมื่อพิจารณาตามลักษณะอุณหภูมิ ประมาณน้ำฝน และความชื้นสัมพัทธ์แล้ว สามารถแบ่งฤดูกาลได้ดังนี้
ฤดูฝน อยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม - กันยายน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 27.5 มิลลิเมตร
ฤดูหนาว อยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - มกราคม อุณหภูมิเฉลี่ย 23.2 องศาเซลเซียส
ฤดูร้อน อยู่ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 25.9 องศาเซลเซียส
วิธีการเดินทาง
1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
- จากกรุงเทพฯ เดินทางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรีไปยังสามแยกพุแค แล้วเลี้ยวขวา ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 ไปยังบ้านลำนารายณ์ จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 เส้นทางลำนารายณ์-ลำสนธิ-เทพสถิต-หนองบัวโคก-นครราชสีมาเดินทางจากบ้านลำนารายณ์ประมาณ 48 กิโลเมตร ก่อนถึงที่ทำการอำเภอเทพสถิตประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปอำเภอหนองบัวระเหว ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2354 ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงทางแยกซ้ายมือเข้าบ้านไร่ ใช้ระยะทางอีกประมาณ 14 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยาน จะมีป้ายบอกตลอดทาง
- จากจังหวัดนครราชสีมา ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 ผ่านอำเภอโนนไทย บ้านหนองบัวโคก บ้านคำปิง เมื่อเลยอำเภอเทพสถิตมาประมาณ 1 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2354 ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดยางระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ก็จะถึง ที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร
2. โดยรถโดยสารประจำทาง
สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณปิง 0819005332


